จังหวัดนครศรีธรรมราช เดินหน้าจัดการขยะครบวงจร เร่งคัดแยกขยะต้นทาง หนุนผลิตเชื้อเพลิง RDF สร้างรายได้ท้องถิ่น

 

จังหวัดนครศรีธรรมราช เดินหน้าจัดการขยะครบวงจร เร่งคัดแยกขยะต้นทาง หนุนผลิตเชื้อเพลิง RDF สร้างรายได้ท้องถิ่น จังหวัดนครศรีธรรมราชเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยอย่างเป็นระบบ เน้นการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ส่งเสริมการนำขยะที่สามารถแปรสภาพเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) ไปใช้ประโยชน์ พร้อมติดตามความก้าวหน้าการบริหารจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาขยะสะสม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะอย่างยั่งยืน วันนี้(29 ต.ค.69) ที่ห้องประชุมศรีปราชญ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสุวัฒน์ จันทร์สุข รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งที่ 3/2569 โดยมีคณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โอกาสนี้ ที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานด้านการจัดการขยะของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาคีเครือข่าย พร้อมพิจารณาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะและการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ โดยข้อมูลผลการดำเนินงานระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน 2569 พบว่า มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งขยะไปจำหน่ายจำนวน 40 แห่ง มีปริมาณขยะรวมประมาณ 3,609.11 ตัน สร้างรายได้จากการจำหน่ายขยะรวมกว่า 3.2 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการคัดแยกขยะที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนได้ ขณะเดียวกัน จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ขับเคลื่อนมาตรการคัดแยกขยะครบวงจรในส่วนราชการ โดยกำหนดแนวทางคัดแยกขยะออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ขยะอินทรีย์ เศษอาหาร ขยะทั่วไปหรือขยะที่สามารถนำไปผลิตเชื้อเพลิง RDF ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย พร้อมกำหนดจุดรวบรวมและแนวทางจัดเก็บที่ชัดเจน เพื่อให้การจัดการขยะเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน มีหน่วยงานที่รายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการคัดแยกขยะครบวงจรแล้ว 21 หน่วยงาน ขณะที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ขยายผลการดำเนินงานไปยังสถานประกอบการและโรงงานในพื้นที่ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะในพื้นที่กลุ่มคลัสเตอร์ทั้ง 6 กลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปริมาณขยะสะสมจำนวนมาก เช่น เขตเทศบาลเมืองปากพนัง ซึ่งมีขยะตกค้างในบ่อขยะเดิมประมาณ 200,000 ตัน พร้อมติดตามแนวทางพัฒนาระบบกำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจร และการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมลงทุนและบริหารจัดการ รวมทั้งการส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำแผนคัดแยกขยะที่สามารถนำไปผลิตเชื้อเพลิง RDF เพื่อจำหน่ายและสร้างรายได้ ควบคู่กับการรณรงค์ให้ประชาชนคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือน โดยกำหนดเป้าหมายการคัดแยกขยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดและลดปัญหาขยะสะสมในระยะยาว และยกระดับการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยให้มีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากรที่สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ท้องถิ่น ////////// อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ ปราโมทย์/ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช 29 ตุลาคม 2569

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความยอดนิยม
ginfo
สนง.ป้องกันและปราบปราม
กยศ
e-government