รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช สั่งทุกส่วนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม เน้นการสื่อสารเข้าใจง่าย กระชับ ขณะที่ นายกฯ "อนุทิน" ประชุม บกปภ.ช. สั่งเดินหน้าฟื้นฟู-เร่งรัดเงินช่วยเหลือถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุด วันนี้ (12 ต.ค.69) เวลา 07.45 น. นายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งเป็นการประชุมผ่านระบบ Video Conference System จากห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม และมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้นำเหล่าทัพ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สอบถาม และติดตามสถานการณ์การให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย โดยขอให้ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกันคลี่คลายสถานการณ์จนกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ระบุปัจจุบันมีการโอนเงินช่วยเหลือไปแล้ว 5 รอบ รวม 135,782 ครัวเรือน เป็นเงิน 1,069 ล้านบาท จากรายงานล่าสุดของกระทรวงมหาดไทย การรวบรวมรายชื่อจากทั่วประเทศทำให้สามารถเร่งโอนเงินเยียวยารายละ 9,000 บาทไปยังครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังให้บูรณาการร่วมกันระหว่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงาน คปภ. ธนาคารออมสิน และสมาคมที่เกี่ยวข้อง ในการเร่งกำหนดหลักเกณฑ์และติดตามการจ่ายเงินชดเชยภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยที่รัฐบาลจัดทำไว้สำหรับ 30 ล้านครัวเรือน ซึ่งครอบคลุมภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป โดยหากเข้าเกณฑ์จะได้รับเงินเยียวยาครัวเรือนละ 10,000 บาท ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์เดิมของทางราชการ จึงต้องเร่งดำเนินการทันทีเมื่อเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ เตรียมพร้อมและเฝ้าระวังรับมือฝนที่ตกหนัก โดยทุกฝ่ายต้องเตรียมความพร้อมในการอพยพกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วย รวมถึงการระดมเครื่องจักรกลอย่างเต็มกำลัง ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปรับปรุงระบบและรูปแบบการแจ้งเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์และเตรียมตัวได้ทันท่วงที เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการ 4 ประเด็น ประกอบด้วย ให้ความสำคัญในการดูแลพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ปรับแผนและกำหนดระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จอย่างชัดเจน พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้ามายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย , ให้เร่งรัดการช่วยเหลือเยียวยาเพื่อให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็ว ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เน้นย้ำอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบคำขอรับเงินเยียวยาที่ยังค้างอยู่และดำเนินการตามขั้นตอนให้รวดเร็วโดยไม่มีวันหยุด และให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และสมาคมประกันภัย จัดการประชุมเพื่อหาแนวทางพิจารณาให้ความเห็นชอบรายชื่อผู้ที่ได้รับการเยียวยา และหาช่องทางให้การจ่ายค่าเยียวยาไปถึงประชาชนให้เร็วที่สุดโดยไม่ให้มีขั้นตอนติดขัด , การสื่อสารแจ้งเตือนเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลตรงกันและทันเวลา ขอให้ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายผ่านทุกช่องทาง รวมถึงการใช้กลไกผู้นำชุมชน หอกระจายข่าว และวิทยุสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนเตรียมรับมือได้ทันท่วงที การสื่อสารต้องกระชับ หลีกเลี่ยงการใช้คำศัพท์เทคนิค และการเพิ่มประสิทธิภาพของการระบายน้ำ ขอให้ดำเนินการในทุกรูปแบบ ทั้งการจัดเส้นทางการระบายน้ำ การบริหารเส้นทางน้ำ และการกำจัดขยะหรือสิ่งกีดขวางทางน้ำในท่อระบายน้ำ คลอง และลำน้ำ เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงที่ฝนตกหนัก โดยให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง /////////// อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ ขอบคุณข้อมูลจากกองสารนิเทศ สป.มท. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช 12 ตุลาคม 2569