ตำรวจเมืองคอน โชว์ผลงาน จับกุมการลักลอบขนบุหรี่ไฟฟ้าล็อตใหญ่ ยึดของกลางได้ 49,680 อัน พร้อมรถบรรทุกสิบล้อ มูลค่าของกลางกว่า 11.9 ล้านบาท เส้นทางจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปลายทาง กรุงเทพมหานคร วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2568) ที่บริเวณโถงชั้น 1 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช พล.ต.ต.จารุต ศรุตยาพร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ นุ่นเกลี้ยง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช , พ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช , พ.ต.อ.สุทัศน์ สงสยม รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช , พ.ต.อ.ขจิตร คงปราบ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช , พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช , พ.ต.อ.พิศิษฐ์ วิเศษวงศ์ รองผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช แถลงข่าวการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้า ได้ผู้กระทำผิดพร้อมของกลางที่บริเวณริมถนนสายเอเชีย 41 ขาขึ้น นครศรี-พัทลุง ตำบลสามตำบล อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 เวลาประมาณ 23.00น. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านการขนย้ายมาจากพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อขนส่งไปยังกรุงเทพมหานคร พล.ต.ต.จารุต ศรุตยาพร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า สำหรับการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้า ดังกล่าว สืบเนื่องจากนโยบายสำคัญของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับในพื้นที่ป้องกันปราบปรามกวดขันจับกุมผู้การกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าหรือน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ด้วยปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะกลุ่มของเด็กและเยาวชนมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้ากันอย่างแพร่หลาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงให้ความสำคัญในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนทราบว่ามีบุคคลที่ลักลอบขนบุหรี่ไฟฟ้ามาจากพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ปลายทาง กรุงเทพมหานคร โดยใช้รถบรรทุกสิบล้อ เป็นยานพาหนะในการขนส่ง ผ่านพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยใช้เส้นทางสายนครศรี-พัทลุง จากนั้นชุดจับกุมจึงได้ซุ่มสังเกตการณ์อยู่บริเวณตำบลสามตำบล อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และพบรถบรรทุกสิบล้อคันดังกล่าว จึงขอทำการตรวจสอบ ทราบชื่อคนขับ นาย มานิตย์(ขอสงวนนามสกุล)หลังจากนั้นชุดจับกุมจึงขอทำการตรวจค้นภายในรถบรรทุก ผลการตรวจค้นพบ บุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 49,680 อัน คิดเป็นมูลค่าของกลางประมาณ 11,968,000บาท จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง ตามมาตรา 246 วรรคหนึ่ง ของ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 สอบถาม นายมานิตย์(ขอสงวนนามสกุล)รับว่าตนเองทำหน้าที่เป็นคนขับรถขนส่งสินค้าเท่านั้น โดยมีนายจ้างอยู่ในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นคนสั่งการให้ไปรับและส่งสินค้าในพื้นที่ต่างๆ และตนก็ไม่ทราบว่าเป็นสินค้าอะไร จากนั้นนำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.จุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนว่า บุหรี่ไฟฟ้าแทบทุกชนิดมีส่วนผสมของนิโคตินซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย การสูบบุหรี่ไฟฟ้านอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพแล้ว การมีไว้ครอบครอง อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560ซึ่งโทษจำคุกไม่เกิน5ปีหรือปรับเป็นเงิน4เท่าของราคาของซึ่งได้ร่วมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับและการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเขตปลอดบุหรี่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ซึ่งมีโทษปรับทางพินัยไม่เกิน 5,000บาท อีกด้วย ทั้งนี้ หากประชาชนพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ผิดกฎหมายสามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจพื้นที่รับผิดชอบ….////// พรรณี มณีวรรณ/ภาพ-ข่าว ณัฐธิดา ชูแก้ว/ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช 25 กุมภาพันธ์ 2568