มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ระดมความคิดเห็นจัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง และการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์คาร์บอนต่ำ สร้างความร่วมมือในการบริหารฟื้นฟูทรัพยากร ยกระดับสินค้าทางด้านประมงชายฝั่ง สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเชิงอัตลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช

 

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ระดมความคิดเห็นจัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง และการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์คาร์บอนต่ำ สร้างความร่วมมือในการบริหารฟื้นฟูทรัพยากร ยกระดับสินค้าทางด้านประมงชายฝั่ง สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเชิงอัตลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ (9 กันยายน 2567) ที่ห้องประชุมหัวตะพาน ชั้น 3 โซน A โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช นายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมการจัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง และการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์คาร์บอนต่ำ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวต้อนรับ รองศาสตราจารย์ ดร.วาริท เจาะจิตต์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวรายงานถึงการจัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง และการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์คาร์บอนต่ำ มีหัวหน้าหน่วยงานราชการ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจ ชุมชน ร่วมประชุมการจัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง และการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์คาร์บอนต่ำ โดยมีส่วนราชการ ท้องถิ่น ชุมชนประมงชายฝั่ง และชุมชนต้นแบบในพื้นที่เด่นๆ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช กว่า 10 ชุมชนเข้าร่วมประชุม รองศาสตราจารย์ ดร.วาริท เจาะจิตต์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า การประชุมหารือระดมความคิดเห็นในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อประสานความร่วมมือหาช่องทางทำงานร่วมกันในการทำงานตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable development goals: SDG) และเน้นพื้นที่ยุทธศาสตร์บริเวณชายฝั่งทะเลของจังหวัดนครศรีธรรมราช และมีแผนการทำงานขยายผลออกไปในพื้นที่อื่นๆตามบริบทพื้นที่เด่นของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนและเป้าประสงค์สำคัญของการประชุมครั้งนี้เพื่อร่วมคิด ร่วมทำ งานพัฒนาชุมชนบนพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) เพื่อสร้างความสำเร็จร่วมกัน สร้างต้นแบบชุมชนยั่งยืนของจังหวัด ซึ่งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ขับเคลื่อนงานกับจังหวัดในหลายๆอย่างและได้รับการยอมรับในหลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รับรางวัล AIC Awards โดยศูนย์ประสานงาน AIC จังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับรางวัลยอดเยี่ยมระดับประเทศทั้ง 2 รางวัล ในการพิจารณารางวัลจังหวัดที่ทำงานเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาทางเกษตรของประเทศไทย มอบโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านโครงการธนาคารปูม้า และโครงการเกษตรปลอดภัยด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา ซึ่งนี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของการขับเคลื่อนในหลายๆงานร่วมกับจังหวัด และทำให้เห็นถึงพลังของการร่วมมือกันในการสร้างผลกระทบเชิงประจักษ์ให้กับสังคม และสร้างการยอมรับเป็นพื้นที่ต้นแบบระดับประเทศ สำหรับการจัดประชุมการจัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง และการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์คาร์บอนต่ำในวันนี้ เพื่อเป็นการระดมความคิดเห็น และสร้างการรับรู้ในงานร่วมกันของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กับหน่วยราชการในจังหวัด และรับฟังความต้องการจากชุมชนชายฝั่งทะเลในพื้นที่ เพื่อสร้างความร่วมมือในการบริหารฟื้นฟูทรัพยากร ยกระดับสินค้าทางด้านประมงชายฝั่ง สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเชิงอัตลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมถึงสร้างการตลาดสินค้าประมงชายฝั่งจังหวัดนครศรีธรรมราชให้มีความโดดเด่น อีกทั้งร่วมกันแสดงความคิดเห็นแนวทางการสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำชุมชนประมงชายฝั่งเชื่อมโยงกับเส้นทางการท่องเที่ยวอัตลักษณ์อื่นๆของจังหวัดนครศรีธรรมราช เช่นผลไม้ ความเชื่อ ประวัติศาสตร์ หรือบริบทอื่นๆตามอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า โดยทั่วไปการพัฒนาตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG จะมุ่งนี้จุดเด่นและการพัฒนาตามบริบทของพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชนับได้ว่ามีความได้เปรียบเชิงพื้นที่สูงมากเมื่อเทียบกับหลายๆ จังหวัดเนื่องจากพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมีทรัพยากรและวัฒนธรรมที่หลากหลายครอบคลุมพื้นที่ เขา ป่า นา เล โดยเฉพาะทะเลเรามีอาณาเขตอำเภอที่ติดต่อกับทะเลถึง 6 อำเภอ และมีความสำคัญต่อการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนของจังหวัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรประมง และการท่องเที่ยวที่ เป็นการยกระดับสินค้าทางด้านประมงชายฝั่ง สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเชิงอัตลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช จะสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่......//// พรรณี มณีวรรณ/ภาพ-ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช 9 กันยายน 2567

image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความยอดนิยม
ginfo
สนง.ป้องกันและปราบปราม
กยศ
e-government