ผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช หารือแก้ไขปัญหาการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยและเขตป่าสงวนแห่งชาติทับพื้นที่ทำกินประชาชนในอำเภอชะอวด พร้อมติดตามความคืบหน้ากรณีที่ดินสาธารณะ ห้วยเสาธงอำเภอขนอม วันนี้(11 พ.ย.68) เวลา 13.30 น.ที่ห้องประชุมศรีวิชัย ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้การต้อนรับและร่วมหารือ พลตำรวจเอก สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะ ในโอกาสเดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรับฟังปัญหาที่ดินทับซ้อน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยและเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยมีนายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายเมธี มั่นคง รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นางนวพร จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 2 ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ รวม 91 ราย โดยเป็นการนำส่งเรื่องร้องเรียนจากนายณัฐกิตติ์ หนูรอด สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 4 ในคราวผู้ตรวจการแผ่นดินแถลงรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ต่อวุฒิสภา เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยและเขตป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนกับที่ดินทำกินดั้งเดิมของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลเคร็ง จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ชาวบ้านในตำบลเคร็งและพื้นที่ใกล้เคียงของอำเภอชะอวด เข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำกินเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคน ก่อนมีการประกาศพื้นที่อนุรักษ์ในช่วงปี 2523-2529 แม้ที่ผ่านมาเคยมีหน่วยงานของรัฐตรวจสอบและเสนอแนวทางจัดสรรพื้นที่หรือการพิสูจน์สิทธิ แต่ขั้นตอนยังไม่แล้วเสร็จ กระบวนการแก้ไขปัญหาในทางปฏิบัติยังชะลอตัว ทำให้ประชาชนจำนวนมากยังไม่มีเอกสารสิทธิหรือยังไม่สามารถขอพิสูจน์สิทธิได้อย่างสมบูรณ์ ประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อน จึงขอส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินติดตามอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การแก้ไขคำนึงถึงสิทธิประชาชนควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนการติดตามปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน “ห้วยเสาธง” บริเวณหมู่ที่ 4 หมู่ที่ 5 หมู่ที่ 11 และหมู่ที่ 12 ตำบลควนทอง อำเภอขนอม ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงสำรวจพื้นที่จริง และดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และให้หน่วยงานรัฐสามารถดำเนินการได้อย่างชัดเจนในทางปฏิบัติ การประชุมติดตามทั้งสองกรณีเกี่ยวข้องกับความเป็นธรรมของประชาชนและการจัดการพื้นที่ของรัฐที่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งแนวทางแก้ไขมุ่งให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยให้ความสำคัญทั้งด้านการบริหารจัดการพื้นที่ของรัฐ และประโยชน์ของประชาชนร่วมกัน ข้อมูลจากการลงพื้นที่จะถูกนำไปประกอบการจัดทำคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่คั่งค้างมาเป็นเวลานานสามารถดำเนินต่อไปอย่างชัดเจนและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย //////// อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ จิระประภาพร/ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช 11 พฤศจิกายน 2568