<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[เทศกาล ประเพณี]]></title>
<link>https://nakhonsithammarat.prd.go.th/th/content/category/index/id/128</link>
<atom:link href="https://nakhonsithammarat.prd.go.th/th/content/category/index/id/128" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ประเพณีให้ทานไฟ]]></title>
<link>https://nakhonsithammarat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/128/iid/2913</link>
<guid isPermaLink="false">c08b6360d9f1e0a42effed0e10ec7590</guid>
<pubDate>Fri, 13 Nov 2020 13:25:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อเช้าตรู่วันที่ 1 มกราคม ชาวนครศรีธรรมราชและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าร่วมพิธีบุญให้ทานไฟที่บริเวณวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร อำเภอเมือง นครศรีธรรมราช มีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธี โดยพิธีนี้ได้ทำสืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณ จะทำในช่วงใกล้สว่าง ซึ่งปกติจะทำกันในช่วงฤดูหนาว พุทธศาสนิกชนร่วมกันก่อกองไฟขึ้นภายในบริเวณวัดจากนั้นปรุงอาหารควานหวานร้อน ๆ ถวายพระสงฆ์และสามเณร ซึ่งได้เรียกประเพณีนี้ว่าการให้ทานไฟ</p>

<p>ประเพณีบุญให้ทานไฟของชาวนครศรีธรรมราช โดยพุทธศาสนิกชนจะร่วมกันนำไม้ฟืนมากองกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่นแก่พระสงฆ์ และร่วมกันปรุงอาหารคาวหวานร้อน ๆ นานาชนิด ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารพื้นบ้าน เช่นขนมครก ขนมโค ขนมพิมพ์ ขนมจาก ข้าวเหนียวกวนทอด หมี่ผัด ข้าวต้ม ข้าวยำ ข้าวผัด ขนมปังปิ้ง น้ำชา กาแฟ ปาท่องโก๋ เป็นต้น เมื่อปรุงเสร็จก็จะนำไปถวายพระสงฆ์สามเณร และเมื่อพระสงฆ์ฉันอิ่มแล้ว พุทธศาสนิกชนได้นำอาหารที่เหลือมีการแบ่งปันแก่ผู้เข้าร่วมพิธีไปรับประทานร่วมกัน เป็นการแสดงออกถึงความรักความสามัคคีและสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่สืบไป พร้อมกับร่วมบุญตามกำลังศรัทธา นำปัจจัยที่ได้ถวายวัดทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย เป็นการร่วมแรงร่วมใจและพลังศรัทธา เป็นวิถีชีวิตของพุทธศาสนิกชนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการทำบุญให้ทานแรกของปี เชื่อว่าได้บุญกุศลที่แรงกล้าและยิ่งใหญ่ จากนั้นพระสงฆ์จะสวดให้ศีลให้พรแก่ผู้ที่มาทำบุญเป็นอันเสร็จพิธี</p>

<p>&nbsp; &nbsp;</p>

<pre>

&nbsp;</pre>
]]></description>
<enclosure url='https://nakhonsithammarat.prd.go.th/th/file/get/file/20211202f7177163c833dff4b38fc8d2872f1ec6092035.jpg' type='image/jpg' length='21296' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ประเพณีอาบน้ำคนแก่]]></title>
<link>https://nakhonsithammarat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/128/iid/2914</link>
<guid isPermaLink="false">0d24c54167ac57576a5424dbba77d7cd</guid>
<pubDate>Fri, 13 Nov 2020 13:25:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ช่วงเวลา ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๕ เดือนเมษายน (เดือน ๕) ของทุกปี ซึ่งจะเลือกทำวันไหนก็ได้ จะเป็นตอนเช้า หรือตอนบ่ายเป็นไปตามการนัดหมายของแต่ละครอบครัว แต่ละบ้านโดยนัดหมายสถานที่และวันเวลาไว้ล่วงหน้าเป็นประจำทุกปี ซึ่งอาจเป็นที่บ้านหรือที่วัดก็ได้ตามความเหมาะสม</p>

<p><span style="background-color:#ffd700;">ความสำคัญ</span></p>

<p>ประเพณีอาบน้ำคนแก่เป็นวิธีการแสดงออกซึ่งความเคารพนับถือ แก่บิดามารดา และญาติคนแก่ (ผู้อาวุโส) ของตระกูล รวมทั้งผู้มีพระคุณและบุคคลที่ตนเคารพนับถือ</p>

<p>พิธีกรรม</p>

<p>๑. การขอขมา</p>

<p>เมื่อเชิญคนแก่ทั้งหลายนั่งในโรงพิธีเรียบร้อยแล้ว ลูกหลานและชาวบ้านที่มาร่วมพิธี จะรวมกลุ่มยืนอยู่ด้านหน้าของคนแก่ทั้งหลาย ผู้นำในพิธีนำดอกไม้และจุดธูปเทียนพนมมือ แล้วกล่าวขอขมา ทุกคนว่าตามดังนี้</p>

<p>&quot;กายกรรมสาม วจีกรรมสี่ มโนกรรมสาม หากข้าพเจ้าทั้งหลายเกิดประมาทพลาดพลั้งแก่ท่าน ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ต่อหน้าก็ดี ลับหลังก็ดี ไม่เจตนาก็ดี ขอให้ท่านอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด และขอได้โปรดอำนวยพรให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย มีความสุขความเจริญตลอดไป และขอตั้งจิตอธิษฐานขอให้ท่านเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ตลอดไป</p>

<p>๒. พิธีการอาบน้ำ</p>

<p>การอาบน้ำเป็นการตักน้ำมารดอาบให้คนแก่จนเปียกโชกทั้งตัว ปัจจุบันบางหมู่บ้านได้ปรับเปลี่ยนวิธีการในการอาบน้ำ มารดน้ำที่มือทั้งสองของคนแก่แทนเพราะคนแก่ที่มีอายุมาก มีลูกหลานและผู้ที่เคารพนับถือมาก พิธีการอาบน้ำต้องใช้เวลานานจึงแล้วเสร็จ คนแก่เหล่านั้นอาจรู้สึกหนาวสะท้าน ซึ่งเป็นเหตุให้เจ็บป่วยเป็นไข้ได้</p>

<p>ลูกหลานจะเข้าแถวตักน้ำที่เตรียมไว้ในโอ่ง มารดที่มือหรือที่ตัวคนแก่ และมอบเครื่องนุ่งห่มเครื่องใช้ให้คนแก่พร้อมกับขอพร คนแก่ก็จะให้พรลูกหลาน การอาบน้ำจะทำไปตามลำดับจนครบทุกคน</p>

<p>เมื่อเสร็จพิธี ลูกหลานจะนำเสื้อผ้าชุดใหม่มาผลัดเปลี่ยนให้คนแก่ ทาแป้ง หวีผม แต่งตัวให้ เป็นอันเสร็จพิธีการอาบน้ำ</p>

<p><span style="background-color:#ffff00;">สาระ</span></p>

<p>ประเพณีอาบน้ำคนแก่ เป็นภูมิปัญญาในการเชื่อมสายใยของครอบครัวให้สาระสำคัญหลายประการคือ</p>

<p>๑. เป็นประเพณีที่มีบทบาทในการควบคุมคนในสังคมให้วางตนให้เหมาะสมตามฐานะของคน คือเมื่อเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ที่ดีเพื่อให้คนเคารพนับถือ เมื่อเป็นผู้น้อยก็ต้องแสดงความเคารพ และมีความกตัญญูต่อผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณ</p>

<p>๒. เป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ซึ่งได้แก่ คนแก่ในตระกูล บิดามารดา ตลอดจนผู้ที่ตนเคารพนับถือทั้งหลาย</p>

<p>๓. เกิดความผูกพันในวงศาคณาญาติ สร้างความสนิทสนมกลมเกลียวรักใคร่กันในตระกูลยิ่งขึ้น การพบปะกันในระหว่างญาติพี่น้อง สร้างความอบอุ่นปลาบปลื้มใจให้แก่คนแก่ของตระกูลที่ได้เห็นความเป็นปึกแผ่นของลูกหลาน</p>

<p>&nbsp; &nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nakhonsithammarat.prd.go.th/th/file/get/file/2021120210bd3792c199bc242300eda04c74c684091620.jpg' type='image/jpg' length='14029' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ประเพณีสารทเดือนสิบ]]></title>
<link>https://nakhonsithammarat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/128/iid/2916</link>
<guid isPermaLink="false">040692fe303694abc794a427c57d24ae</guid>
<pubDate>Fri, 13 Nov 2020 13:25:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>

<p><span style="font-size:20px;">ระยะเวลาการทำบุญวันสารทเดือนสิบ</span></p>

<p><span style="font-size:20px;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - ครั้งแรก วันแรม 1&nbsp;ค่ำ เดือน10 เรียกว่า วันรับเปรต</span></p>

<p><span style="font-size:20px;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; - ครั้งที่สอง วันแรม 15ค่ำ เดือน10 เรียกว่า วันส่งเปรต</span></p>

<p>การประกอบพิธีกรรมในวันสารทเดือนสิบ</p>

<p>1.การจัดหมฺรับ&nbsp;คือ การบรรจุและประดับด้วยสิ่งของอาหาร ขนมเดือนสิบลงในภาชนะที่เตรียมไว้ เช่น ถาด กาละมัง ฯลฯ ชั้นล่างสุดบรรจุอาหารแห้ง ชั้นสองเป็นพืชผักที่เก็บไว้ได้นาน ชั้นสามเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน ชั้นบนสุดประดับขนมได้แก่ ขนมพอง ขนมลา ขนมบ้า ขนมเมซำ ขนมเทียน</p>

<p>2.การยกหมฺรับ&nbsp;ชาวบ้านจะยกหมฺรับที่จัดเตรียมไว้ไปวัด และนำภัตตาหารไปถวายพระด้วย โดยไปวัดที่อยู่ใกล้บ้าน หรือวัดที่บรรพบุรุษของตนนิยมไป</p>

<p>3.การฉลองหมฺรับและบังสุกุล&nbsp;เมื่อนำหมฺรับไปวัดแล้ว จะมีการฉลองหมฺรับ และทำบุญเลี้ยงพระเสร็จแล้วจึงมีการบังสกุล เพื่ออุทิศส่วนบุญให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว</p>

<p>4.การตั้งเปรต&nbsp;เสร็จจากการฉลองหมฺรับและถวายภัตตาหารแล้ว ชาวบ้านจะนำขนมอีกส่วนหนึ่งไปวางไว้ตามบริเวณลานวัด ข้างกำแพงวัด เรียกว่า ตั้งเปรต เพื่อแผ่ส่วนกุศลเป็นทานผู้ล่วงลับที่ไม่มีญาติ หรือญาติไม่มาร่วมทำบุญให้ การชิงเปรตจะทำตอนตั้งเปรตเสร็จแล้ว เพราะเชื่อว่าถ้าหากใครได้กินของเหลือจาการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ จะได้รับกุศลเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง บางวัดนิยมสร้างร้านเปรต เพื่อสะดวกแก่การตั้งเปรต บางวัดสร้างร้านเปรตไว้บนเสาสูงเพียงเสาเดียว รอบเสาชะโลมน้ำมันให้ลื่น เมื่อเวลาชิงเปรตผู้ชนะ คือผู้ที่สามารถปีนไปถึงร้านเปรตซึ่งต้องใช้ความพยายามมาก จึงสนุกสนานและตื่นเต้น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nakhonsithammarat.prd.go.th/th/file/get/file/202112024af52202f77beb11ba59ce2056aa7878090511.jpg' type='image/jpg' length='88775' />
</item>
</channel>
</rss>
